{"originalPostId":"657e5e7891963f055a104602"}

เคล็ดลับสำหรับการฝึกฝนทักษะการฟัง TOEIC

เคล็ดลับสำหรับการฝึกฝนทักษะการฟัง TOEIC

การเตรียมตัวสอบฟัง TOEIC

1. ฟังทุกวัน:

การฟังภาษาอังกฤษทุกวันจะช่วยให้หูและสมองของคุณคุ้นเคยกับเสียงและโครงสร้างของภาษา ซึ่งจะช่วยเพิ่มทักษะการฟังตามธรรมชาติของคุณและทำให้การสอบง่ายขึ้น
2. การใช้สื่อการเรียนการสอนของ TOEIC:

เอกสารเตรียมสอบ TOEIC ที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะ มีแบบทดสอบจำลองและประเภทคำถามที่พบได้ทั่วไปในข้อสอบจริง การทำความคุ้นเคยกับรูปแบบนี้จะช่วยให้คุณรู้สึกมั่นใจมากขึ้นเมื่อต้องเผชิญกับข้อสอบจริง
3. ฝึกทักษะการฟังผ่านบทสนทนา :

การฟังบทสนทนาทั่วไปในที่ทำงานจะช่วยให้คุณคุ้นเคยกับคำศัพท์และบริบทการใช้งาน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจเนื้อหาในข้อสอบ TOEIC
4. ให้ความสนใจกับน้ำเสียงและสำเนียงท้องถิ่น:

ข้อสอบ TOEIC มักเป็นข้อสอบที่ท้าทายผู้เรียนด้วยสำเนียงและวิธีการใช้ภาษาที่หลากหลาย การฝึกฟังด้วยสำเนียงท้องถิ่นต่างๆ จะช่วยให้คุณปรับตัวได้เร็วขึ้น
5. ฝึกฝนด้วยแบบทดสอบจำลอง :

การฝึกทำข้อสอบจำลองจะช่วยให้คุณคุ้นเคยกับแรงกดดันด้านเวลาและเข้าใจโครงสร้างของข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น
6. จดบันทึกขณะฟัง:

การจดบันทึกช่วยเพิ่มสมาธิและความสามารถในการสรุปประเด็นสำคัญขณะฟัง ในขณะเดียวกัน ความสามารถในการจดบันทึกอย่างรวดเร็วก็เป็นข้อได้เปรียบเช่นกัน
7. ตรวจสอบเป็นประจำ:

การทดสอบอย่างสม่ำเสมอช่วยให้คุณติดตามความก้าวหน้าและระบุจุดที่ต้องปรับปรุงได้
8. เรียนรู้คำศัพท์และไวยากรณ์:

การเข้าใจคำศัพท์และไวยากรณ์จะช่วยให้คุณเข้าใจเนื้อหาและความหมายที่แท้จริงของการสนทนาได้ง่ายขึ้น
9. ฝึกฝนโดยใช้แหล่งเสียงคุณภาพสูง:

การฟังแหล่งเสียงคุณภาพสูงช่วยให้คุณได้ยินแต่ละคำและวลีได้อย่างชัดเจน ช่วยเพิ่มความสามารถในการแยกแยะเสียงต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น
10. การบูรณาการความรู้:

การผสมผสานการฝึกฝนการฟัง การอ่าน และการเรียนรู้ไวยากรณ์ จะช่วยสร้างความเข้าใจภาษาอังกฤษอย่างครอบคลุม ส่งผลให้ความสามารถในการสังเคราะห์ข้อมูลดีขึ้น และสามารถทำข้อสอบ TOEIC ได้ดียิ่งขึ้น
II/ เคล็ดลับในการฝึกฝนทักษะการฟัง TOEIC

เคล็ดลับสำหรับการเลือกคำตอบที่ถูกต้องอย่างรวดเร็วในส่วนการฟังของการสอบ TOEIC 2023

ทักษะการฟังเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดคะแนน TOEIC ของคุณ นอกจากการฝึกฝนทักษะการฟังแล้ว คุณยังต้องรู้เคล็ดลับต่อไปนี้เพื่อตอบคำถามทั่วไปได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาสำหรับคำถามที่ยากขึ้น

🟥 ตอนที่ 1:

เคล็ดลับที่ 1: รูปภาพที่ไม่มีคนแต่มีคำว่า "being" >> ปฏิเสธ

เคล็ดลับที่ 2: ทั้งหมด, ไม่มีเลย… >> โดยปกติแล้วมักจะเป็นคำตอบที่ผิด

ทักษะที่ 1: ดูภาพและเตรียมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับภาพไว้ล่วงหน้า

ทักษะที่ 2: กำจัดข้อมูลที่ไม่จำเป็นและเลือกคำตอบที่ดีที่สุด

ทักษะที่ 3: อย่าจมอยู่กับคำถามเก่าๆ

ทักษะที่ 4: เสียงที่คล้ายคลึงกัน:

• เสียงที่มีความหมายเหมือนกัน: เขียน/ขี่, ทำงาน/เดิน, ก้มตัว/จอดเทียบท่า, นาฬิกา/เสมียน, นั่ง/ตั้งท่า, ผ่าน/ทางเดิน, รอ/โบกมือ/ชั่งน้ำหนัก, ปลูก/วางแผน/วางเครื่องบิน, คัดลอก/กาแฟ, พับ/ถือ…

• คำศัพท์ที่อาจทำให้สับสน: สวมใส่, มอง/ดู/เห็น...

• เทคนิคการใช้คำบุพบท: บน, ที่, ใต้, ข้างหลัง, ใกล้, ถัดจาก, ข้างๆ, ระหว่าง, ตรงข้าม…

🟥 ตอนที่ 2:

• เคล็ดลับที่ 1: รูปแบบของคำว่า "ฉันไม่รู้" - รูปแบบคำถาม "ไม่รู้" (ฉันไม่รู้, ฉันไม่มีความคิด/ข้อมูล/เบาะแส, ฉันไม่แน่ใจ, ยังไม่ได้ตัดสินใจ, ถามคนอื่น, ใครบางคนอาจรู้คำตอบ...) =>> มักจะเป็นคำตอบที่ถูกต้อง คำตอบที่ถูกต้อง

• เคล็ดลับที่ 2: เสียงคล้ายกันหรือเหมือนกัน (ผิด) =>> คำตอบที่มีเสียงคล้ายกันหรือเหมือนกันมักจะไม่ถูกต้อง

• เคล็ดลับที่ 3: คำถามประเภท Wh/How และคำถามประเภท “หรือ” =>> อย่าเลือก ใช่ หรือ ไม่

ประเภทคำถาม - คำถามที่พบบ่อย:

• ประเภทที่ 1: ที่ไหน/ เมื่อไหร่/ ใคร/ อะไร/ ทำไม/ อย่างไร/ อันไหน

• ประเภทที่ 2: คำถามแบบใช่/ไม่ใช่: ทำ/ทำแล้ว, จะ/ควร/สามารถ... ไม่/มี/เคยมี...

• ประเภทที่ 3: คำถามแบบเลือกตอบ : --- หรือ ---

• ประเภทที่ 4: คำถามเกี่ยวกับการขอ/เสนอแนะ: คุณต้องการไหม? แล้วถ้าเป็นแบบนี้ล่ะ?...

• ประเภทที่ 5: คำถามแบบ Tag questions, ประโยคบอกเล่า...

คำถาม: ที่ไหน - คำถาม:

• ใน, บน, ที่, ข้างหลัง, ข้างหน้า, ตรงข้าม, ใกล้ = ข้างๆ, ที่นี่, ที่นั่น,… + สถานที่

• ไปที่/ไปยัง + จังหวะ

• คำตอบทางอ้อม: มีคนเอาไป...

คำถามเกี่ยวกับเวลา:

นานมาแล้ว

ไม่ใช่จนกว่าจะถึงเวลาในอนาคต

• คุณต้องฟังเสียงกริยาช่วย =>> กับดักเรื่องกาลเวลา

• คำบุพบท (บน, ที่, ใน...) + เวลาในอนาคต

• จำนวนเงิน: ดอลลาร์ ปอนด์ เซนต์…

• จำนวนเท่าใด: สำหรับประมาณ อย่างน้อย…

• ระยะเวลา: ประมาณนานแค่ไหน ห้ามเลือก "เมื่อนานมาแล้ว"

• แล้วถ้าอย่างนั้น คุณ/เราไม่ลองเสนอแนะแบบนี้ดูไหม (เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ได้)

ใคร - คำถาม

• ชื่อบุคคล: จอห์น, เดวิด,…

• ตำแหน่ง/ลำดับชั้น, ชื่อตำแหน่ง: ผู้จัดการ,…

• ชื่อบริษัท/แผนก: แผนกการตลาด,…

• การออกเสียงส่วนตัว: ฉันทำ/ฉันสามารถ/จะ/น่าจะ (ตอบโดยใช้กริยาช่วยที่ถูกต้องตามคำถาม)

• How come = ทำไม

• ห้ามเลือก ใช่/ไม่ใช่

• ถึง V =>> โดยปกติแล้วคำตอบที่ถูกต้อง

• เพราะว่า/ เนื่องจาก/ สำหรับ =>> มักจะเป็นคำตอบที่ถูกต้อง

คำถามแบบเลือกตอบ (หรือ)

• ห้ามเลือกตัวเลือก ใช่/ไม่ใช่, แน่นอน, ตกลง, อย่างแน่นอน, หรือ เด็ดขาด

• อันไหนก็ได้ อันไหนก็ไม่สำคัญ… =>> โดยปกติแล้วนี่คือคำตอบที่ถูกต้อง

• ตัวเลือกอื่น >> คำตอบที่ถูกต้อง

คำถามใช่/ไม่ใช่

• มี/จะ/ทำ/เคย/เคย (หรือไม่)…?

• จริงๆ แล้ว คำตอบ ใช่/ไม่ใช่ =>> มักจะเป็นคำตอบที่ถูกต้อง

🟥 ตอนที่ 3 และ 4:

• ทักษะที่ 1: คุณต้องอ่านคำถามก่อนฟัง และเดาว่าคำตอบอยู่ตรงไหน ว่าเป็นคำตอบของบทสนทนาของผู้ชายหรือผู้หญิง

• ทักษะที่ 2: หลีกเลี่ยงการครุ่นคิดถึงคำถามเก่าๆ

• ทักษะที่ 3: ตั้งใจฟังว่าบทสนทนานั้นพูดโดยผู้ชายหรือผู้หญิง โดยพิจารณาจากคำถาม

• ทักษะที่ 4: ให้ความสนใจกับคำพ้องความหมาย (ซึ่งมักจะถูกต้อง) และคำที่อาจทำให้เกิดความสับสน ส่วนที่ 4 อ่านได้เร็วขึ้น แต่มีคำที่อาจทำให้เกิดความสับสนน้อยกว่า

ที่มา: ฟาม บาว วี