TOEIC คืออะไร? แผนการเตรียมสอบ TOEIC ที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้เริ่มต้น
ในยุคโลกาภิวัตน์ ภาษาอังกฤษกำลังกลายเป็นทักษะที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการศึกษา การทำงาน และโอกาสในการพัฒนาตนเอง และ TOEIC ซึ่งเป็นข้อสอบวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษในสภาพแวดล้อมการทำงานระดับนานาชาติ ก็เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับนักเรียนและผู้ทำงานมืออาชีพในเวียดนาม
หากคุณเป็นมือใหม่ในการเรียน TOEIC หรือเคยสอบมาหลายครั้งแล้วแต่ไม่ประสบความสำเร็จตามที่ต้องการ บทความนี้เหมาะสำหรับคุณ Lingoland จะช่วยให้คุณเข้าใจว่า TOEIC คืออะไร โครงสร้างของข้อสอบ และที่สำคัญที่สุดคือ แผนการเรียน TOEIC ระยะยาวที่เป็นระบบ เข้าใจง่าย และมีประสิทธิภาพ
1. TOEIC คืออะไร? สำคัญไหม?
TOEIC (Test of English for International Communication) เป็นการสอบที่จัดโดย ETS (Educational Testing Service – สหรัฐอเมริกา) เพื่อประเมินความสามารถทางภาษาอังกฤษในบริบทการสื่อสารทางธุรกิจระหว่างประเทศ
📍 ข้อสอบ TOEIC ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบันคือ:
- การสอบ TOEIC ส่วนการฟังและการอ่าน – ใช้เวลา 2 ชั่วโมง ประกอบด้วยคำถามแบบเลือกตอบ 200 ข้อ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การฟังและการอ่าน
- บางสถานที่อาจต้องการ ผลสอบ TOEIC สาขาการพูดและ การเขียนด้วย แต่การสอบที่พบได้บ่อยที่สุดยังคงเป็นการสอบสาขาการฟังและการอ่าน
✅ ใครบ้างที่จำเป็นต้องสอบ TOEIC?
- นักศึกษามหาวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยหลายแห่งกำหนดให้ต้องมีคะแนนสอบ TOEIC เพื่อสำเร็จการศึกษา (โดยปกติอยู่ระหว่าง 450 ถึง 650 คะแนน)
- ผู้หางาน: บริษัทต่างๆ โดยเฉพาะบริษัทต่างชาติหรือบริษัทข้ามชาติ ใช้แบบทดสอบ TOEIC เพื่อประเมินความสามารถทางภาษาต่างประเทศของผู้สมัคร
- สำหรับผู้ประกอบอาชีพ: การสอบ TOEIC เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเลื่อนตำแหน่ง การขึ้นเงินเดือน หรือการได้รับคัดเลือกไปทำงาน/ฝึกอบรมในต่างประเทศ
2. โครงสร้างของข้อสอบ TOEIC ส่วนการฟังและการอ่าน (ฉบับปรับปรุงล่าสุด)
🧠 เวลาสอบทั้งหมด: 120 นาที
- การทดสอบทักษะการฟัง: 45 นาที – 100 ข้อ
- แบบทดสอบความเข้าใจในการอ่าน: 75 นาที – 100 ข้อ
คะแนนรวม: 990 คะแนน (การฟัง 495 + การอ่าน 495)
📌 ส่วนการฟัง – 100 ข้อ
- ส่วนที่ 1 – การอธิบายภาพ (6 ประโยค): เลือกคำอธิบายที่ถูกต้องสำหรับภาพนี้
- ส่วนที่ 2 – คำถามและคำตอบ (25 ข้อ): ฟังคำถามและเลือกคำตอบที่เหมาะสม
- ส่วนที่ 3 – บทสนทนา (39 ประโยค): ฟังบทสนทนาระหว่างคน 2-3 คน
- ส่วนที่ 4 – การพูดแบบง่าย (30 ประโยค): ฟังเนื้อหาที่เป็นเสียงพูด เช่น ข้อความเสียง ประกาศ และการนำเสนอ
📌 ส่วนการอ่าน – 100 ข้อ
- ส่วนที่ 5 – การเติมประโยคให้สมบูรณ์ (30 ประโยค): เน้นไวยากรณ์และคำศัพท์
- ส่วนที่ 6 – การเติมคำในย่อหน้าให้สมบูรณ์ (16 ประโยค): ฝึกฝนตรรกะทางภาษาและความสามารถในการเติมคำในช่องว่างให้ถูกต้องตามบริบท
- ส่วนที่ 7 – การอ่านเพื่อความเข้าใจ (54 ข้อ): ประกอบด้วยบทความเดี่ยว บทความคู่ และบทความสามส่วน ซึ่งมีเนื้อหาหลากหลาย ตั้งแต่อีเมล ประกาศ และโฆษณา ไปจนถึงแบบฟอร์มสมัครงาน
3. แผนการเตรียมสอบ TOEIC ที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้เริ่มต้น
- ✅ ขั้นตอนที่ 1: กำหนดคะแนน TOEIC เป้าหมายของคุณ
คุณต้องการคะแนน TOEIC กี่คะแนน – 450, 650 หรือ 800 ขึ้นไป? ยิ่งเป้าหมายของคุณชัดเจนมากเท่าไหร่ แผนการของคุณก็จะยิ่งแม่นยำมากขึ้นเท่านั้น - ✅ ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบระดับปัจจุบันของคุณ
ทำแบบทดสอบวัดระดับความรู้ด้วยแอป Lingoland for TOEIC Test เพื่อประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนของคุณ - ✅ ขั้นตอนที่ 3: เรียนรู้แต่ละทักษะทีละอย่าง
- การฟัง: ฝึกฝนการฟังและการถอดเสียง และพัฒนาปฏิกิริยาการฟังของคุณโดยการมุ่งเน้นไปที่แต่ละส่วน
- การอ่าน: เรียนรู้คำศัพท์ตามหัวข้อ ฝึกฝนไวยากรณ์ TOEIC และฝึกอ่านสั้นๆ ทุกวัน
- ✅ ขั้นตอนที่ 4: ฝึกฝนด้วยแบบทดสอบตัวอย่างอย่างสม่ำเสมอ
ทำแบบทดสอบฝึกฝนบน Lingoland เป็นประจำ วิเคราะห์ข้อผิดพลาดของคุณ และพัฒนาทักษะแต่ละด้าน - ✅ ขั้นตอนที่ 5: รักษาตารางเรียนประจำวันให้สม่ำเสมอ
ใช้เวลาเพียง 30 นาทีต่อวันกับ Lingoland แล้วคุณจะประหลาดใจกับความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นหลังจากหนึ่งเดือน!
4. เหตุใดคุณจึงควรเลือกแอป Lingoland for TOEIC Test สำหรับการเตรียมสอบของคุณ?
Lingoland สำหรับการสอบ TOEIC แตกต่างจากแอปเรียนภาษาอังกฤษทั่วไป เพราะมันถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผู้เรียน TOEIC ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึงระดับสูง
🌟 คุณสมบัติหลัก:
- ฝึกฝนทำแบบทดสอบ TOEIC ที่เหมือนกับข้อสอบจริงมากที่สุด พร้อมระบบการให้คะแนนและการวิเคราะห์อย่างละเอียดในแต่ละส่วน
- คำศัพท์เฉพาะทางสำหรับสอบ TOEIC – เรียนรู้ด้วยแฟลชการ์ดอัจฉริยะและเกมคำศัพท์
- เส้นทางการเรียนรู้ส่วนบุคคล – แอปจะแนะนำบทเรียนที่เหมาะสมตามระดับและเป้าหมายของคุณ
- วางแผนการเรียนอย่างชาญฉลาด – ตั้งเตือนการเรียนทุกวันเพื่อป้องกัน "การลืมเป้าหมาย"
- สถิติแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างชัดเจน – ทำให้เรารู้ว่าเรากำลังพัฒนาในด้านใด และด้านใดที่เรายังอ่อนแออยู่